15.08.07

มองไปข้างหน้าเมื่อผ่านกลางปี 2550

Posted in Everything at 8:00 am by kittiwatm

Adamas จบกลางปี 2550 ด้วยผลประกอบการดีขึ้นจากปีก่อนประมาณ 16 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 41 ล้านบาทในครึ่งปีนี้ เทียบกับ 57 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าส่วนตัวจะไม่ชอบใจตัวเลขนี้นัก แต่ผมคาดว่าเราน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วครับ

ผลขาดทุนในครึ่งปีแรกนี้ ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนของธุรกิจเดิม (เกือบ 20 ล้านบาท) ซึ่งจากกระบวนการต่างๆ ทำให้การตัดขายเพิ่งจะเสร็จสิ้นเมื่อต้นเดือน 6 ที่ผ่านมานี่เอง นอกจากนี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการ และค่าใช้จ่ายตั้งต้นในการเข้าสู่ธุรกิจบริหารเวลาโฆษณาทีวี  คอนเสิร์ทเรนที่ผ่านมาสรุปตัวเลขแล้วมีผลขาดทุนเล็กน้อย ตรงข้ามจากที่เราคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าอาจมีกำไรเล็กน้อย ทั้งนี้มาจากตัวเลขรายงานยอดขายตั๋วที่สับสนและตรวจสอบลำบากมากครับ ซึ่งสับสนขนาดที่ว่าถึงวันนี้ก็ยังเคลียร์เรื่องรายได้จากตั๋วกับผู้ให้บริการไม่เรียบร้อย ตัวเลขที่ได้รับมาต่ำกว่าที่เราสรุปจากรายงานอยู่ประมาณ 3 ล้านบาทเศษ รอบแรกเคลียร์ได้เงินเพิ่มมา 8 แสนกว่าบาท โดยในส่วนที่เหลือยังไม่ได้ตั้งการรับรู้ไว้ นั่นแปลว่ายังมีโอกาสที่จะได้รับรายได้นั้นเข้ามาในไตรมาสหน้าอีกนิดหน่อย

ฝั่งกำไร เราได้ผลกำไรจาก Smile (เริ่มรับรู้เดือนกุมภาพันธ์) และ AsiaBiz (เริ่มรับรู้เดือนมิถุนายน) มาช่วยประมาณเจ็ดแสนบาท
มองไปข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้นกับ Adamas บ้างในครึ่งปีหลัง

ผลงานของ Adamas ในครึ่งปีหลังจะมาจากเรื่องสำคัญเหล่านี้ครับ

  1. ผลงานจากบริษัท Absolute Impact (เริ่มนับต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป)
  2. ผลงานจากบริษัท Adamas Media จากการจัดยูลีก และ คอนเสิร์ทดงบังชิงกิ
  3. ผลงานจากบริษัทย่อยอีก 2 แห่ง คือ Smile Interactive และ AsiaBiz Solutions

ทั้ง 3 ข้อเรียงตามตัวเลขยอดขายที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น นั่นหมายความว่า ยอดขายของกลุ่มน่าจะมาจาก AI มากที่สุด ตามด้วย Adamas Media แล้วจึงเป็น Smile และ AsiaBiz

Absolute Impact เป็นธุรกิจที่เป็นหนึ่งในอนาคตที่สำคัญของกลุ่ม Adamas และอยู่ในเซคเม้นต์ของสื่อที่มีการเติบโตสูงเป็นอันดับสองในปีนี้ จากรายงานล่าสุดของ Nielsen Media Research พบกว่าตลาดมีเดียของไทยในครึ่งปีนี้เมื่อเทียบกับครึ่งปีที่แล้ว มีอัตราการเติบโตติดลบทั้งหมด (ทั้งทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์) ในอัตราระหว่าง 3-5% ในขณะที่ Instore Media (ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ AI) มีการเติบโตกว่า 100% นอกจากนี้ทาง Absolute Impact ยังจะได้รับสัญญาบริหารโฆษณา Mall Wrap ทั้งหมดจากกลุ่ม The Mall ซึ่งจะมีการแถลงข่าวในเดือนหน้าอีกด้วยครับ

หลังจาก Instore Media คืบหน้าไปได้มากแล้ว ทางผู้บริหารของ AI ก็ยังมองไปข้างหน้า ด้วยการดำเนินการโครงการ U Network ซึ่งเป็นสื่ออีกชนิดหนึ่ง แต่คราวนี้ไปอยู่ในมหาวิทยาลัย เข้าใจว่าถึงขณะนี้สรุปไปแล้วประมาณ 3-4 แห่ง และน่าจะทำได้ใกล้ๆ 10 มหาวิทยาลัยในปีนี้ เสียงตอบรับจากลูกค้าเมื่อพูดถึงสื่อชนิดนี้ ดีมากๆ แต่ทั้งนี้ เราก็จะต้องทำให้เนื้อหาที่ไปปรากฏบนสื่อนี้เป็นที่สนใจของนักศึกษาด้วย และทาง AI ก็ได้เน้นตรงนี้พอสมควร ในที่สุดก็จะยังผลให้ Effectiveness ของสื่อตัวนี้ได้ผลตามที่ต้องการ

เราคาดว่ารายได้จาก AI จะมากกว่า 50% ของรายได้รวมของกลุ่มในครึ่งปีที่เหลือนี้ครับ

ขอวนไปกล่าวถึง AsiaBiz เพื่อเตรียมความเข้าใจให้กับผู้อ่านในการทำความเข้าใจธุรกิจนี้ สักเล็กน้อยครับ กล่าวคือ รายได้ของ AsiaBiz จะมาจาก 2 ส่วน คือรายได้จากการขายซอฟท์แวร์ และรายได้จากการให้บริการ Implement ระบบซอฟท์แวร์ ในส่วนแรกจะสามารถรับรู้รายได้ทันทีที่ขายและวางบิล ซึ่งปกติใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน แต่การรับรู้รายได้ในส่วนหลังต้องแบ่งการรับรู้ออกเป็นหลายเดือน ขึ้นกับการส่งมอบงานในแต่ละงวด ดังนั้น หากมีการเซ็นสัญญาทำงานและปิดงานได้เร็ว ก็จะสามารถบันทึกรายได้ครบถ้วนได้เร็ว แต่หากการปิดงานทำได้ช้าหรืองานใหญ่ การบันทึกรายได้ส่วนหลังก็จะยืดยาวออกไป กลายเป็น backlog หรืองานระหว่างจัดทำ ซึ่งประเด็นนี้มีผลทำให้รายได้ของ AsiaBiz ในตอนต้นของปี (ก่อน Adamas เข้าไปลงทุน) ไม่ค่อยดีนักและมีขาดทุนสุทธิ แต่มี backlog ของงานที่เซ็นในครึ่งแรกของปีแต่คาดว่าจะส่งมอบเสร็จในครึ่งปีหลัง จำนวนประมาณ 6 ล้านบาท หากทีมงาน AsiaBiz ปิดงานได้หมด ก็จะทำให้ยอด 6 ล้านเป็นรายได้ของครึ่งปีหลังไป ส่วนยอดขายของงานที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปีหรือครึ่งปีกลัง ก็จะทยอยรับรู้ ตามการขาย และการส่งมอบ เป็นลำดับไปครับ

ผมได้มีการประชุมกับทางผู้บริหารของ AsiaBiz ไปเมื่อไม่นานนี้ เพื่อเตรียมแผนการออกผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กลง หรือเรียกว่าซอฟท์แวร์สำเร็จรูป ที่จะทำให้การขายต่อรายง่ายขึ้นและทำให้การคาดการณ์รายได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากเราไม่ต้องรอการส่งมอบงานเป็นงวดๆ เช่นที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์นี้จะออกมาได้ก็ต้องมั่นใจว่าตัวมันเองมีข้อได้เปรียบ มีจุดขายที่แข็งแรงกว่าคู่แข่งเสียก่อน มิได้หวังจะออกมาเพื่อเรื่องการบันทึกรายได้แต่อย่างเดียว ดังนั้นสำหรับ AsiaBiz เรากำลังเดินไปในจุดนี้อยู่ครับ ที่จะทำให้เกิดสมดุลย์และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากขึ้น และจะยังพุ่งโฟกัสไปที่ตลาดซอฟท์แวร์ศูนย์บริการรถยนต์ ซึ่ง AsiaBiz มีความพร้อมมากๆ และเป็นเจ้าตลาดอยู่แล้ว แต่ถูกซอฟท์แวร์ ERP ตัวใหญ่ดึงพลังงานออกไปเสียเยอะในช่วงที่ผ่านมา

ในส่วนของ Smile Interactive นั้น ได้ทราบมาว่ามีความสนใจจากลูกค้าในบริการ Online Radio มากพอสมควร หลังจากปรับแต่งบริการจนผู้ฟังเพิ่มขึ้นถึงระดับที่มากพอ การตลาดก็เริ่มคุยกับลูกค้าเพื่อนำเสนอบริหารและปิดการขายลูกค้ารายแรกได้แล้ว 3 ล้านบาท และกำลังมุ่งเน้นการปิดการขายให้มากรายมากขึ้น บริการ Online Radio นี้ นอกจากจะช่วยให้เกิดความรู้สึก “ใหม่” ให้กับแบรนด์ของลูกค้าได้แล้ว ยังส่งผลถึงการเข้าจับกลุ่มวันรุ่นได้โดยตรงอีกด้วย จึงเป็นที่สนใจของลูกค้าหลายราย

ในส่วนของโครงการยูลีก และคอนเสิร์ตดงบังชิงกิของ Adamas Media ก็กำลังดำเนินการไปได้ดีพอสมควรเมื่อเทียบกับสภาพเศรษฐกิจโดยรวม

ไม่น่าจะมีอะไรหวือหวาครับในปีนี้ แต่เมื่อมองโดยภาพรวมของทั้งกลุ่ม ก็จะสังเกตเห็น Synergy ที่ไปด้วยกันได้ดีทีเดียว

กิตติวัฒน์ มโนสุทธิ
15 สิงหาคม 2550

หมายเหตุ: ทั้งหมดนี้เขียนจากการคาดการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้