10.05.07
จาก RK สู่ Adamas Inc. และการผนึกกับ Absolute Impact
การเปลี่ยนแปลงชื่อของบริษัทเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่จำเป็นคงไม่มีใครอยากทำ แต่การเปลี่ยนแปลงจาก RK Media Holding สู่ Adamas Inc. ถือเป็นความจำเป็นที่ช่วยสลัดภาพของสื่อวิทยุภูธรที่ติดกับ RK มาโดยตลอดออกไปได้อย่างสิ้นเชิง และยังส่งผลถึงความรู้สึกกระตือรือร้นของพนักงานได้อย่างยิ่งยวดครับ
ผมอยากเล่าถึงเบื้องหลังการที่เราไปลงทุนใน Absolute Impact หรือ AI สักเล็กน้อยครับ ที่มาที่ไป มาจากการที่ลูกค้าเราเอ่ยถึงจอโฆษณา 3 มิติ ที่อยากนำโฆษณาไปลง พร้อมๆ กับการสนับสนุนคอนเสิร์ตเรน ระหว่างการพูดคุยกับทาง AI เพื่อเจรจาการค้านั้น ก็พบว่าทั้งสองบริษัทมีความเข้ากันได้ทางกลยุทธ์ (strategic fit) อย่างมาก พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงของ AI คือคุณปริน ชนันทรานนท์ เป็นผู้ที่ไม่เพียงแต่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ยังพร้อมด้วยการสร้างผลงานที่เป็นที่ยอมรับมาแล้วหลายเคส ด้วยประสบการณ์การทำงานสายการเงินมาทั้งของคุณปริน และผม จึงทำให้การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ลงตัว ตามที่ได้แจ้งข่าวไปเมื่อวานนี้
อย่างที่ผมพูดมาอยู่ตลอดว่าเราเป็นโฮลดิ้งคอมพานี ที่ลงทุนในธุรกิจหลักๆ 3 อย่าง คือ ธุรกิจสื่อ ธุรกิจเอนเทอร์เทนเม้นต์ (บางครั้งก็ใช้คำว่าอีเว้นต์) และธุรกิจเทคโนโลยี/นิวมีเดีย ทั้งหมดนี้เป็นธุรกิจที่มีพลังและเป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เติบโตต่อเนื่อง และเป็นธุรกิจที่นักลงทุนให้อัตรา P/E สูง แม้จะมีข่าวเล่าข่าวลือ ว่าเราจะเข้าสู่ธุรกิจอสังหาฯ แต่ผมขอยืนยันเป็นครั้งที่ร้อยว่าธุรกิจดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความสนใจของบริษัทเลย
ในโฟกัสทั้ง 3 นั้น ธุรกิจสื่อเป็นธุรกิจที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสูงสุด ทั้งนี้จากการอยู่ในธุรกิจวิทยุกว่า 80% ในปีก่อน กลายเป็นการอยู่ในธุรกิจสื่อโฆษณาที่เติบโตสูงของ AI ซึ่งน่าจะคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้ในปีนี้แทน นั่นคือเราตัดสื่อเก่าที่เสื่อมค่าลงทุกวัน และ embrace สื่อใหม่เข้ามาแทน นี่ยังไม่รวมถึง New Media พวกอินเทอร์เน็ต หรือโทรศัพท์มือถือที่เราทำผ่าน Smile อยู่แล้ว
โครงสร้างของดีลนี้ ทำตรงไปตรงมาไม่มีอะไรซับซ้อนครับ คือเราเพิ่มทุน 75 ล้านหุ้นราคาหุ้นละ 2 บาท (2 เท่าของราคาพาร์ และประมาณครึ่งหนึ่งของราคาตลาดช่วงนี้) ขายให้กับทางผู้ถือหุ้น AI และเอาเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนนี้ไปซื้อหุ้นของ AI ในราคาพาร์ รวมเงิน 150 ล้านบาท เท่ากับที่ได้รับมาพอดี นอกจากนั้นก็ออกวอร์แรนท์ให้่กับผู้ถือหุ้นทั้งหมดในอัตรา 2 หุ้น ต่อ 1 วอร์แรนท์ โดยมีอายุ 4 ปี และราคาใช้สิทธิ 1 บาท ทั้งหมดนี้จะต้องผ่านการอนุมัติจากตลาด/กลต. และผู้ถือหุ้น จึงจะแล้วเสร็จ
คำถามจึงเกิดขึ้นมากมายว่าทำไมเราถึงออกหุ้นที่ 2 บาท ซึ่งต่ำกว่าตลาดประมาณครึ่งหนึ่ง ผมขอตอบคำถามนี้ดังนี้
- ตอนที่ทำการเจรจากันนั้นหุ้นของ RK ราคาอยู่ที่ 2 บาทเศษ
- เราได้ AI มาในราคาพาร์ ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าควรจะเป็นของกิจการนั้น
- ราคาหุ้นทั้งหลายที่เทรดกันในกระดาน ไม่ควรเป็นราคาอ้างอิงในการทำดีลเสียทั้งหมด โดยเฉพาะราคาหุ้นของบริษัทขนาดเล็ก
การคำนวณมูลค่าที่แท้จริง
สำหรับการทำธุรกิจหรือการลงทุนระยะยาว มูลค่าที่แท้จริง (intrinsic value) ของกิจการ คือค่าที่ควรนำมาใช้เป็นฐานในการคำนวณการลงทุน มูลค่าที่แท้จริงนี้คำนวณได้ไม่ง่ายนัก และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อ อัตราดอกเบี้ยหรือการคาดการณ์กระแสเงินสดในอนาคตของกิจการเปลี่ยนแปลงไป นี่เป็นเหตุที่โอกาสของคนสองคน จะคำนวณตัวเลขมูลค่าที่แท้จริงออกมาได้ตรงกันนั้นยากมากครับ ถ้าไม่ได้เตี๊ยมกัน หรือไม่ได้ทำตัวเลขย้อนจากผลลัพธ์ไปหาโจทย์
ในขณะที่ หุ้นที่ซื้อขายกันในตลาด มีการเปลี่ยนแปลงของราคาอยู่ตลอดเวลาแม้ว่าพื้นฐานของบริษัทไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้มาจากปัจจัยสารพัด ทั้งพื้นฐานของกิจการ หลักดีมานต์ ซัพพลาย และจิตวิทยา จึงเป็นเหตุให้บ่อยครั้ง ที่มูลค่าหุ้นในตลาดไม่ตรงกับมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำมาเป็นตัวเลขอ้างอิงเพียงตัวเดียวในการประเมินมูลค่าของกิจการ แม้แต่หุ้น Blue Chip ราคาในกระดานก็เปลี่ยนแปลงได้รายนาที ถามว่าถ้าจะนำมาคำนวณแล้ว จะใช้ราคานาทีไหนคำนวณ ฯลฯ การซื้อขายกิจการขนาดใหญ่ ราคาต่อหุ้นที่คำนวณต่างกัน 50 สตางค์ ก็สามารถนำมาซึ่งราคารวมที่ต่างกันหลายสิบล้านแล้วครับ
และสำคัญที่สุด มูลค่าที่แท้จริงของกิจการซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรให้ความสนใจทำการค้นหา
ในดีล Adamas + AI นี้ เราเชื่อว่าผลการรวมกิจการในโครงสร้างนี้ จะสร้างมูลค่าที่แท้จริงให้กับกิจการของ Adamas โดยรวม มากกว่าการไม่ทำดีลครับ
กิตติวัฒน์ มโนสุทธิ
10/05/2007