01.03.07

RK เตรียมเข้าลงทุนใน AsiaBiz Solution

Posted in Everything at 11:29 am by kittiwatm

รายละเอียดตามที่เปิดเผยผ่านตลท. ดังนี้ครับ

อนุมัติการลงทุนในบริษัท เอเซียบิส โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดทำซอฟท์แวร์ระบบบัญชี สำเร็จรูปโดยใช้เทคโนโลยียุคใหม่และระบบอีอาร์พี รวมทั้งให้บริการทางไอทีที่เกี่ยวข้องกับการวางระบบ ในสัดส่วนร้อยละ 51 โดยคิดเป็นเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 14 ล้านบาท โดยบริษัทจะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอเซียบิส โซลูชั่น จำกัด จำนวน 40,800 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ในราคาหุ้นละประมาณ 343.14 บาท … ทั้งนี้ การทำสัญญาซื้อขายหุ้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้ทำการตรวจสอบทรัพย์สินหนี้สิน (Due diligence) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว … จากการพิจารณาตัวเลขทางการเงิน ณ 31 ธันวาคม 2548 พบว่า มีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 5.78 ล้านบาท มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท มียอดขาย 10 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.87 ล้านบาท และจากตัวเลขที่ยังไม่ได้ผ่านการรับรองของผู้สอบบัญชี ณ 31 ธันวาคม 2549 พบว่า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 12 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียน 8 ล้านบาท ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 15 ล้านบาท และกำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์เสร็จสิ้น และเริ่มทำการตลาดได้ บริษัทยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการได้รับการส่งเสริมอุตสาหกรรม (BOI) อีกด้วย

จากข้อมูลเบื้องต้น เท่ากับเราลงทุนที่ P/E Ratio ประมาณ 7 เท่า เมื่อเทียบกับกำไรของปี 2549 ไม่ต้องห่วงว่าราคาแพงครับ ผมอยากให้รอดูผลการดำเนินงานของปี 2550 ของบริษัทนี้เสียก่อน ให้มันอธิบายตัวมันเองจะเหมาะสมกว่า

มานั่งดูกันว่าทำไมเราถึงไปลงทุนในบริษัทผลิตซอฟท์แวร์นี้ในแง่อื่นๆ กัน มุมที่จะมองในแง่ของผลิตภัณฑ์นั้น อธิบายได้ว่า AsiaBiz มีสินค้าหลักที่ชื่อเดียวกับบริษัท ซึ่งถือเป็น Accounting Software ตัวใหญ่ ขึ้นไปไล่ๆ พวก ERP ได้เลยครับ ราคาขายอยู่ประมาณ 3 แสนกว่าบาทขึ้นไปถึงหลักล้าน แน่นอนว่าลูกค้าที่จะซื้อในหลักล้าน ก็จะต้องใช้เวลาติดตามนานพอสมควร แต่ทำไมเขาถึงสามารถขายในราคาเรือนแสนได้ ทั้งที่ปัจจุบันมีซอฟท์แวร์บัญชีเกลื่อนตลาดในราคาหมื่นต้นๆ มีอยู่ 3 ปัจจัยครับ

  • ปัจจัยแรกคือ การบริการที่ AsiaBiz ให้ได้มากกว่าและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้สูงกว่า ดูแลกันเต็มที่ทั้งก่อนและหลังการขาย อันนี้จะเข้าใจได้มากหากมอง Smile เป็นตัวอย่าง ซึ่งให้เช่าเว็บโฮสติ้งเดือนละหลายร้อยบาทได้ ในขณะที่คู่แข่งจำนวนมาก ขายในราคาเดือนละไม่ถึงร้อย แต่มีจำนวนลูกค้าน้อยกว่าของ Smile เป็นต้น
  • ปัจจัยที่สอง คือเทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็น .Net ซึ่งเป็นเทคโนโลยีค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับซอฟท์แวร์บัญชีอื่นๆ และไม่ใหม่มากเมื่อคิดถึงแง่ความมีเสถียรภาพของมัน ทำให้การปรับเปลี่ยน เพิ่ม ลด การทำงานของโปรแกรมทำได้ง่ายและไวกว่าคู่แข่ง อย่างที่เทียบกันแทบไม่ได้ครับ
  • ปัจจัยที่สาม คือทีมขายและการตลาดที่แข็งแรง

มีหลายอย่างที่ทีมงานในกลุ่ม RK จะเข้าไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ AsiaBiz ได้ มีหลายไอเดียที่ผู้บริหาร AsiaBiz เห็นด้วยแล้ว แต่ยังไม่ขอเอ่ย ณ ที่นี้ด้วยเหตุผลทางการค้าครับ และเราจะยังสามารถส่งลูกค้าจาก Smile ซึ่งมีลูกค้า SME เป็นพันราย ให้กับ AsiaBiz ได้อีกด้วย นอกจากนี้ AsiaBiz ยังมีบริการอื่นๆ คือ Implementation & Consultation ทางด้านที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ได้ทำงานอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Software House ในเมืองไทยมาหลายรายแล้ว

ไม่ต้องกังวลว่ากลุ่ม RK จะเสียโฟกัสของธุรกิจที่ลงทุนนะครับ ตัวนี้อยู่ในไลน์ที่เราถนัดอย่างแน่นอน

สุดท้ายและสำคัญที่สุด ผมได้พบกับผู้บริหารของ AsiaBiz คือคุณสรพล และคุณวัฒนา ทั้งสองท่านเป็นผู้บริหารคุณภาพที่เก่งไปคนละทาง คุณสรพลนำทัพทางด้านเทคนิค และมีชีวิตอยู่กับเทคโนโลยีมาน่าจะไล่ๆ 20 ปีได้แล้ว จึงสามารถตอบโจทย์ยากๆ ให้กับลูกค้าได้แบบที่มีไม่กี่คนที่จะทำได้ ในขณะที่คุณวัฒนาก็สามารถดูแลอีกกว่า 20 ชีวิตให้ทำงานอย่างสนุกสนานและเต็มที่ พร้อมทั้งดูแลงานทางด้านการขายที่ได้ทีมขายเก่งๆ มาหลายคน

การเข้าลงทุนนี้จะเข้ากระบวนการตรวจสอบทรัพย์สินหนี้สินเร็วๆ นี้ และหากไม่มีอะไรผิดปกติ ก็น่าจะสรุปได้ภายในเดือนเมษายน นี้ครับ

… มารอดูกันต่อไปว่าระหว่าง Smile กับ AsiaBiz ตัวไหนที่จะสามารถเติบโตจนเข้าไปเป็น Listed Company ใน mai ได้ก่อนกันครับ

กิตติวัฒน์ มโนสุทธิ
01/03/2007

การปรับโครงสร้างเพิ่มเติม?

Posted in Everything at 10:39 am by kittiwatm

การประชุมบอร์ดเมื่อวาน ได้มีการประชุมในเรื่องของการเสนอซื้อหุ้น RKM, ITW และ SI.com จากคุณกิตติภัทร์ รุ่งธนเกียรติ ซึ่งถือเป็นรายการเกี่ยวโยง และจะต้องผ่านการประเมินของ IFA และการอนุมัติของผู้ถือหุ้นและทางการ ผมขอกล่าวแต่เพียงสั้นๆ ด้วยเกรงว่าจะกระทบกับเรื่องข้อมูลภายใน ว่าหากการขายหุ้นเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้นทั่วไปของ RK (best interest of our shareholders) แล้ว เราก็คงจะพิจารณาดำเนินการต่อโดยรอบคอบ ในระยะเวลาที่เหมาะสม ในเวลาเดียวกันเราก็จะพิจารณาทางเลือกอื่น ควบคู่ไปด้วย ในการที่จะฟื้น RK ให้เร็วที่สุด ด้วยวิธีการที่ดีที่สุด นอกจากนี้เราจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ในวันนี้ แม้ว่าจะยังต้องมีกระบวนการประเมินความเหมาะสมจาก IFA เพราะถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญต่ออนาคตของ RK อย่างยิ่งครับ

ควบคู่กับเรื่องนี้ มีการประชุมสำคัญอื่นๆ คือ ยกเลิกการจัดตั้งบริษัท ภูมิปัญญามีเดีย จำกัด การไม่ชำระค่าหุ้นส่วนที่เหลือของ SI.com การซื้อหุ้นของ AsiaBiz (ซึ่งผมจะเขียนถึงในหัวข้อถัดไป) และ การแต่งตั้งผู้ตรวจสอบภายใน

พวกเราเชื่อว่า RK จำเป็นต้องมีทีมตรวจสอบภายในที่เข้มแข็ง และเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร ทั้งนี้เพราะแนวทางของ RK จะโตด้วยการ Acquisition ไปพร้อมๆ กับการสร้างโครงการต่างๆ ในแนวทางแรกนั้นจำต้องสร้างมาตรฐานที่ดีขึ้นมาให้กับทุกองค์กรที่จะอยู่ร่วมกัน และเพื่อเป็นการ Check and Balance Management ของทุกองค์กร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสบายใจกับบอร์ด กับผู้ถือหุ้นภายนอก และแม้กระทั่งกับทีมบริหารทั้งหลายเอง จึงได้แต่งตั้ง IA Consultant ซึ่งนำทีมโดย ดร.เอมอร ให้รับผิดชอบทางด้าน Internal Audit ของเรา คาดว่ากระบวนการคงเริ่มได้ในเวลาไม่นานหลังจากนี้ครับ

กิตติวัฒน์ มโนสุทธิ
01/03/2007