27.10.06

Hello world - ยกที่หนึ่ง

Posted in Everything at 11:24 am by kittiwatm

งานในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ RK Media Holding Public Company Limited เป็นงานที่สนุกและท้าทายครับ นับจากวันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม 49 ถึงวันนี้ก็ล่วงเข้าสัปดาห์ที่สองที่ผมเริ่มงาน และไม่อยากจะเชื่อว่า Market Cap ของ RK จะไต่ระดับจากประมาณร้อยกว่าล้าน มาอยู่ที่สามร้อยกว่าล้านในเวลาไม่นาน ที่ใช้คำว่าไม่น่าเชื่อเพราะนอกจากการปรับเปลี่ยนกรรมการบางท่าน และมีผมเข้ามาบริหารอีกคนเดียวแล้ว พื้นฐานที่จับต้องได้ของ RK ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผมได้รับคำถามมากมายจากภายนอกว่าผมจะทำอะไรบ้าง คำถามที่มีภายในองค์กรก็มากไม่แพ้กัน จึงตัดสินใจโดยยังไม่ได้ปรึกษาใครว่าน่าจะเขียน Blog นี้ขึ้นมา เพื่อจะได้เป็นช่องทางสื่อสารที่ผมเชื่อว่าจะตรงไปยังผู้สนใจในตัวบริษัท RK ได้ทุกกลุ่ม (Stakeholders) อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือรายย่อย กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน คู่ค้า คู่แข่ง หรือแม้กระทั่งทางการและบุคคลทั่วไป ผมจะบอกเล่าถึงสิ่งที่พบเจอและสิ่งที่ควรเป็นในแบบ Unofficial เพื่อให้ RK ในอนาคตเป็น RK ที่มี Fundamental แข็งแรง โปร่งใส มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดและผู้ถือหุ้นของบริษัทต่อไป

สิ่งที่ผมพบเจอในช่วงแรก ก็ไม่มีอะไร surprise มากไปกว่าที่ได้ค้นคว้ามาก่อนหน้าเข้าทำงาน อาศัยว่าเป็น Analyst และ Investment Banker มาก่อน จึงทำใหัพอจะแกะข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่ยากนัก และได้พูดคุยกับพรรคพวกเพื่อนฝูงที่อยู่ในอุตสาหกรรมสื่อ ทำให้พอเห็นภาพของ RK ก่อนเดินเข้ามาพอสมควร

สามสี่ปีก่อน บริษัทมีผลประกอบการดีใช้ได้ครับ แต่เริ่มทรุดลงอย่างเห็นได้ชัดในปี 48 ซึ่งขาดทุนไป 53 ล้าน และครึ่งปีแรกของปี 49 นี้ ก็ขาดทุนไปอีก 57 ล้าน ที่มาที่ไปคงมีเหตุหลักมาจากการแข่งขันที่รุนแรงของอุตสาหกรรมวิทยุ จากการเกิดและเติบโตเป็นดอกเห็ดของวิทยุชุมชนอย่างควบคุมไม่ได้ ส่วนสาเหตุอื่นๆ เป็นสาเหตุรองที่ผสมปนเปกับสาเหตุหลัก เลยทำให้ผลประกอบการบรรทัดสุดท้ายเป็นอย่างที่เห็น และเท่าที่ดูจากสภาพแวดล้อมในวงการวิทยุ ทุกคนคงเห็นเหมือนกันว่างวดไตรมาสสามก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิม
บรรทัดสุดท้ายของ Equity ลดจาก 210 ล้าน ณ สิ้นปี 2004 มาเป็น 182 ล้าน ณ สิ้นปี 2005 และเหลือ 125 ล้าน ณ สิ้นสุดไตรมาส 2 ลองเดาเล่นๆ ว่าหากครึ่งปีหลังยังมีผลขาดทุนเท่ากับครื่งปีแรก จะเกิดอะไรขึ้นกับ Equity ที่เหลืออยู่นี้ รายการ short term asset ก็หดหายไปอย่างน่ากังวล

จากผลประกอบการนั้น บวกกับการที่มีข่าวลือมาตลอดหลายเดือนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น เลยทำให้สภาพความสับสนของพนักงานเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นสิ่งแรกที่ผมต้อง Stabilize อาการนี้เสีย และยืนยันว่าผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ พร้อมเข้ามาเป็นพันธมิตร และพร้อมสนับสนุนให้ฟื้นสภาพของกิจการกลับไปโดยเร็วที่สุด

ผมพบว่า โดยทั่วไปพนักงานของ RK Media Holding เป็นพนักงานที่มีคุณภาพใช้ได้ทีเดียวครับ ดังนั้น ผมได้ยืนยันว่าหากพวกเขาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและวัดผลออกมาได้ดี ทำให้บริษัทผ่านพ้นภาวะนี้ไปได้ ก็จะไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเกิดการเลย์ออฟจำนวนมากอย่างที่กลัวกัน

แต่กระนั้นก็ดี ผมเชื่อว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปรับโครงสร้างของธุรกิจของบริษัทลูกๆ ของโฮลดิ้ง และนี่ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ใคร surprise เป็นแน่ เพราะจากเหตุการณ์ที่พบเจอและมีโอกาสเล่าสู่กันฟังตรงนี้ มันบอกไว้ค่อนข้างชัดเจนครับ

แล้วผมจะทำอะไรต่อไป ขอตั้งตัวและศึกษามากกว่านี้อีกสักหน่อย แล้วจะเล่าสู่กันฟังต่อไป

กิตติวัฒน์ มโนสุทธิ
27/10/2006